ศธ.จัดงานมิติใหม่การศึกษา เดินหน้าประเทศไทย

 
*ศึกษาธิการ - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน “มิติใหม่การศึกษา เดินหน้าประเทศไทย” พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานด้านการศึกษาทั้ง 9 โซน โดยมีพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเรือเอกเรืองทิพย์ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ พันเอกดำรงค์ สิมะขจรบุญ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา ตลอดจนผู้บริหาร ศธ. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียน เข้าร่วมงานจำนวนมาก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2558 ณ บริเวณโดยรอบอาคารราชวัลลภ *พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีเปิดงานมีใจความสำคัญว่า ได้กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทย คือ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนของความมั่นคงทางด้านการศึกษา ความมั่งคั่งของทุกภาคส่วน และมีความยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือการมีภูมิคุ้มกันที่ดี *นอกจากนี้มีความเชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศที่ติดหล่มมาเป็นเวลานาน โดยรัฐบาลได้เข้ามาช่วยบริหารจัดการและหาวิธีการทำงานเพื่อดึงศักยภาพที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนการศึกษาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารที่มีความเก่ง ครูที่สอนดีมีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบกับจะบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และทั่วถึงด้วย *นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการในหลายประการ อาทิ ● การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ที่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ชายขอบและท้องถิ่นห่างไกล และจะบริหารจัดการให้สามารถอบรมครูในพื้นที่ต่างๆ ในอนาคต แต่ขณะนี้ยังพบปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้า สัญญาณ wi-fi ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงต่อไป นอกจากนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการนำครูที่สอนเก่งสอนดีมาช่วยสอนควบคู่กับการสอนโดยครูตู้ด้วย อีกทั้งจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะเชื่อมต่อกับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และใช้เป็นศูนย์ติวนักเรียนในการสอบต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักเรียนและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชาของผู้ปกครอง แต่หากครอบครัวใดที่มีศักยภาพก็สามารถส่งบุตรหลานไปเรียนกวดวิชาได้เช่นเดิม ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด ● การอ่านออกเขียนได้ คิดวิเคราะห์ได้ เป็นเรื่องสำคัญ เราจะต้องสอนให้เด็กมีวิสัยทัศน์ คิดต่อได้ โดยเริ่มคิดตั้งแต่ตัวเรา ครอบครัวเรา สังคมเรา ไปจนถึงประเทศของเรา เพื่อให้เด็กคิดไปข้างหน้าได้ เห็นความต้องการและเป้าหมายของตัวเอง ของครอบครัว และของประเทศในอนาคต ● ค่านิยมคนไทย 12 ประการ เป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น ควรสอนให้เด็กรู้ถึงความหมายและวัตถุประสงค์ในแต่ละข้อด้วย มิใช่สอนเพียงให้ท่องจำเท่านั้น ● การจัดการศึกษาเพื่อมีอาชีพและการมีงานทำ ต้องพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศให้มากขึ้น เช่น การเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะต้องให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของทั้งระบบ เช่น การข้ามแดน โลกไร้พรมแดน การค้าการลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นต้น พร้อมทั้งสร้างกำลังคนรองรับการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมระบบราง การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งมีความต้องการกำลังคนด้านวิศวกร แพทย์ พยาบาล อีกกว่า 6 แสนคน ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงควรจัดการศึกษาเพื่อการมีอาชีพและมีงานทำ โดยจัดหลักสูตร ครู และอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการเรียนอาชีพคู่ขนานกับการเรียนสามัญในโรงเรียน เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพแก่ผู้เรียนทั้งสายอาชีวะและสายสามัญต่อไป ● ครู การปรับปรุงคุณภาพครูให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ให้ครูได้อยู่ในพื้นที่มากขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของลูกหลานในพื้นที่ตนเองต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อดูแลครูทั้งฐานะความเป็นอยู่และการครองชีพที่ดีขึ้น ก็ขอให้ครู นักเรียนและผู้ปกครองเห็นใจซึ่งกันและกัน จะทำอย่างไรให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองมีความสุข เมื่อนั้นประเทศชาติก็จะมีความสุขไปด้วย ● การเรียนรู้ตลอดชีวิต ควรมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่จะเพิ่มมากขึ้น ทั้งในการพัฒนาการเรียนรู้ เช่น การอ่านหนังสือ ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต และเรื่องของสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ● การกระจายการศึกษาไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คงยังไม่ดำเนินการในระยะนี้ เพราะยังไม่มีความพร้อม แต่อาจกระจายความรับผิดชอบการจัดการศึกษาเชิงหน้าที่ให้ อปท.ไปติดตาม ดูแล หรือช่วยเหลือครูและนักเรียนก่อนได้ เมื่อมีความพร้อมก็จะกระจายอำนาจในระยะต่อๆ ไป ● การนำเสนอข่าวสารต่างๆ ขอให้สื่อมวลชนซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลได้นำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนกับผลประโยชน์ของชาติ และจะต้องมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างรัฐบาลกับสื่อมวลชน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้น เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ที่จะต้องดำเนินการโดยเคารพสิทธิและหน้าที่ของผู้อื่น ก็คือเคารพกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคนไทยไม่ได้เรียนรู้กฎหมายหรืออาจจะเรียนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้น จึงต้องการให้สร้างการรับรู้และเรียนรู้เรื่องกฎหมายแก่ประชาชนตั้งแต่ตอนเป็นเด็กควบคู่กับการเรียนการสอนอื่นๆ โดยกระทรวงศึกษาธิการอาจจะออกแบบการเรียนในลักษณะการสอดแทรกในบทเรียนหรือแจกเป็นชีทก็ได้ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานที่ผ่านมา เป็นการสร้างการรับรู้สู่สังคม ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการศึกษาไทยในระยะยาว โดยได้ยึดนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นแนวทางหลักในการดำเนินการ โดยมีรูปแบบการจัดงาน คือ เป็นนิทรรศการที่บูรณาการงานขององค์กรหลักเข้าด้วยกันตามงานสำคัญที่ดำเนินการ ประกอบด้วย 9 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 การพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนและการแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โซนที่ 2 การจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โซนที่ 3 การพัฒนาคุณภาพครู โซนที่ 4 การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล โซนที่ 5 การขยายโอกาสทางการศึกษาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โซนที่ 6 การจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ โซนที่ 7 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โซนที่ 8 การจัดการศึกษาตามแนวพระราชดำริ และโซนที่ 9 การศึกษาเดินหน้าประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีเวทีสัมมนาทางวิชาการในห้วงเวลาที่จัดงาน 2 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงแนวทางการพัฒนาการศึกษาแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้สนใจทั่วไป ภาพรวมของการจัดงานครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายสำคัญที่สุดของการพัฒนาการศึกษา เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติให้มีศักยภาพในการแข่งขัน นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของประเทศไทย ในปี 2015-2020 สืบไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ช่วยดูแลครู นักเรียน และจัดการเรียนการสอนโดยนำนวัตกรรมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีความทันสมัยมาใช้พัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ มีความคิดความอ่าน และมีความรู้มากขึ้น ทั้งนี้จากการที่ได้เยี่ยมชมผลงานในโซนต่างๆ พบว่าการศึกษาของชาติในอนาคตไม่น่าเป็นห่วง เพราะมีการพัฒนาการศึกษาด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ามาเป็นลำดับ หากกระทรวงศึกษาธิการสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ เด็กทุกคนในประเทศไทยก็จะได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี นวรัตน์ รามสูต - บัลลังก์ โรหิตเสถียร : สรุป/รายงาน สถาพร ถาวรสุข : ถ่ายภาพ 21/5/2558

นิทาน-หนังสืออ่านนอกเวลา
เสริมความรู้-คณิตศาสตร์
เสริมความรู้-ภาษาอังกฤษ
เสริมความรู้-สังคมศึกษา
เสริมความรู้-ภาษาไทย
อนุบาล-คณิตศาสตร์
อนุบาล-ภาษาอังกฤษ
อนุบาล-สังคมศึกษา
อนุบาล-วิทยาศาสตร์
อนุบาล-ภาษาไทย
ประถมศึกษา-คณิตศาสตร์
ประถมศึกษา-ภาษาไทย
ประถมศึกษา-วิทยาศาสตร์
ประถมศึกษา-สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ประถมศึกษา-ภาษาอังกฤษ
ประถมศึกษา-สุขศึกษาและพลศึกษา
ประถมศึกษา-การงานและอาชีพ
ประถมศึกษา-ชุดติวเข้ม
ประถมศึกษา-คู่มือเตรียมสอบ
ประถมศึกษา-คอมพิวเตอร์
มัธยมศึกษาตอนต้น-ภาษาไทย
มัธยมศึกษาตอนต้น-คณิตศาสตร์
มัธยมศึกษาตอนต้น-ภาษาอังกฤษ
มัธยมศึกษาตอนต้น-สังคมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้น-วิทยาศาสตร์
มัธยมศึกษาตอนต้น-คู่มือเตรียมสอบ
มัธยมศึกษาตอนปลาย-คณิตศาสตร์
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ภาษาไทย
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ภาษาอังกฤษ
มัธยมศึกษาตอนปลาย-วิทยาศาสตร์ทั่วไป
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ฟิสิกส์
มัธยมศึกษาตอนปลาย-เคมี
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ชีววิทยา
มัธยมศึกษาตอนต้น-ชุดติวเข้ม
มัธยมศึกษาตอนปลาย-คู่มือเตรียมสอบ
มัธยมศึกษาตอนปลาย-เบ็ดเตล็ด
มัธยมศึกษาตอนปลาย-สังคมศึกษา
    
ค้นหา :