สพฐ.ขอเชิญผู้ที่สนใจส่งผลงานร่วมโครงการ Read Thailand ปีที่ 2

 
กลิ่น สระทองเนียม Read Thailand : อ่านเถิดเด็กไทย...อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน" เป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ได้ขอพระราชานุญาต ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ สร้างคุณอเนกอนันต์ต่อทวยราษฎร์ในทุกด้านอย่างหาที่สุดมิได้ รวมถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามด้านการอ่านและการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต ที่ทรงสนพระทัย ใส่พระทัย ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน เมื่อเสด็จฯ ไปที่แห่งใดภาพที่ประชาชนทั้งในและต่างประเทศเห็นจนชินตาก็คือ การอ่าน การบันทึก และฉายพระรูป และถูกวิเคราะห์ สังเคราะห์ผ่านงานแปลและงานพระราชนิพนธ์กว่า 400 เรื่อง กลายเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าให้กับคนทั้งชาติได้ศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างดียิ่ง จากต้นแบบที่ทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้นี้หากคนไทยทั้งชาติได้ดำเนินตามรอยพระบาท ก็จะทำให้เป็นผู้มีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่เรียนรู้ และเกิดการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตเกิดขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตนเอง ประเทศชาติก็จะพลอยเจริญก้าวหน้าตามไปด้วย ที่ว่าเช่นนี้ก็ด้วยการอ่านมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาตนเองและประเทศชาติอย่างยิ่งด้วยการอ่านเป็นทักษะพื้นฐานเบื้องต้นที่จะเป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่โลกกว้างกับการเรียนรู้วิชาอื่นหรือการแสวงหาความรู้ด้านอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ซึ่งจะส่งผลให้สามารถพัฒนาตนเองก้าวได้ทันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วิทยาการ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นการอ่านยังช่วยให้เกิดความเพลิดเพลิน ได้อรรถรส เกิดจินตนาการ สามารถคิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้ ความสำคัญของการอ่านนี้ประเทศที่พัฒนาแล้วจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปลูกฝัง ส่งเสริมให้คนในชาติมีนิสัยรักการอ่านให้เป็นปกตินิสัยในวิถีชีวิตประจำวัน แต่คนไทยกับนิสัยการอ่านแล้ว แม้ปัจจุบันดูเหมือนเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยกับจำนวนการอ่านจะเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วได้ ที่สำคัญปัญหาเนื้อในตนด้านการอ่านหากมองถึงรากลึกแล้วก็ยังมีปัญหาให้แก้ไขอยู่ไม่น้อย ทั้งการอ่านไม่ได้ อ่านไม่คล่อง รวมถึงเจตคติการเรียนรู้ที่ยังเน้นอยู่กับตำราเรียนอย่างเดียว การอ่านจึงเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเรียนรู้อยู่ในสถานศึกษาเมื่อจบแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่การอ่านและการเรียนรู้ ยิ่งโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีกำลังสร้างยีนใหม่ให้กับคนไทยกลายเป็นผู้มีชีวิตเฉพาะตน อยู่ด้วยตนเอง ไม่ยอมฟังใคร ต่างคนต่างอยู่ ด้วยมีชีวิตที่ติดอยู่กับเทคโนโลยี อย่างขาดไม่ได้ แต่ใช้ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร เมื่อเป็นเช่นนี้ความสนใจการอ่านหรืออ่านเพื่อคิดวิเคราะห์ อ่านเพื่อให้เกิดจินตนาการจึงลดน้อยลง แต่จะเกิดความสนใจอ่านเฉพาะข้อความสั้น ๆ และไม่ค่อยมีสาระที่ให้ความรู้เป็นเรื่องราว ที่จะทำให้เกิดการรู้เท่าทันวิทยาการที่เปลี่ยนแปลงไปหรือสิ่งที่จะนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เมื่อแก้ปัญหาเก่าเกี่ยวกับอ่านไม่ได้ ขาดนิสัยรักการอ่านก็ยังแก้ไขได้ไม่หมด ปัญหาใหม่กับการเสพติดเทคโนโลยีก็แทรกเข้ามาอีกและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง การที่จะปลูกฝังส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน คนไทยมีนิสัยรักการอ่านและอ่านอย่างมีวิจารณญาณจึงเพิ่มความยากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ดังนั้นการที่จะใช้รูปแบบหรือวิธีการเดิม ๆ ทั้งการบริหารจัดการห้องสมุดหากยังปล่อยให้ขาดสื่อ หนังสือหลากหลายไม่มีความทันสมัย สภาพแวดล้อมห้องสมุดหรือแหล่งเรียนรู้ไม่ดึงดูดใจ เด็กก็คงไม่อยากเข้าใช้บริการ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านหากยังจัดรูปแบบเดิม ๆ ตามปฏิทินที่โรงเรียนกำหนดในแต่ละปีแล้วก็หายไปรอปีใหม่ค่อยจัดกันอีกครั้งโดยขาดทั้งความต่อเนื่องและไม่สนใจถึงความต้องการของผู้เรียน แล้วการที่จะทำให้เด็กและเยาวชนมีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่การเรียนรู้ คงเป็นไปได้ยาก ปัญหาที่ว่ามานี้จะไปโทษครูหรือโรงเรียนฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ด้วยยังมีโรงเรียนจำนวนมากที่ขาดความพร้อมทั้งครู งบประมาณ รวมถึงสื่อ ต่าง ๆ ความช่วยเหลือจากชุมชนก็เกิดได้น้อยด้วยความไม่พร้อมของชุมชนเช่นกัน ส่วนนี้จึงเป็นเรื่องของทุกฝ่ายจะต้องหาทางช่วยเหลือกัน ทั้งเติมเต็มด้านสื่อ หนังสือ การคิดค้นนวัตกรรม รูปแบบแนวทางวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ที่สอดคล้องกับแต่ละบริบทและพื้นที่ เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปปรับประยุกต์ใช้กับการปลูกฝังและส่งเสริมการอ่านให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลให้กับเด็กอย่างทั่วถึงต่อไป ดังนั้นการจัด โครงการ Read Thailand ปีที่ 2 นี้ วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ปี 2558 ที่ทรงเป็นต้นแบบการอ่านการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตให้กับประชาชนทั้งชาติได้ดำเนินรอยตามพระบาท และเพื่อค้นหานวัตกรรมส่งเสริมการอ่านที่มีประสิทธิภาพให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ ได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบททั้งตัวผู้เรียนและพื้นที่ ซึ่งก็จะทำให้การปลูกฝัง ส่งเสริมให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้บริหารและครูที่เห็นความสำคัญของการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการอ่านใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนตลอดจนการปูพื้นฐานความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนโครงการ Read Thailand ปีที่ 2 นี้ จึงได้จัดกิจกรรมที่ชื่อว่า "60 พรรษา...60 นวัตกรรมส่งเสริมการอ่านสู่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) อ่านเถิดเด็กไทย...ถวายเจ้าฟ้านักอ่าน" เพื่อให้โรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัดได้เสนอนวัตกรรมส่งเสริมการอ่านสู่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศเข้าร่วมคัดเลือก เพื่อค้นหา 60 ยอดนวัตกรรมดังกล่าว หากโรงเรียนใดสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถเปิดดูรายละเอียด และสมัครได้ที่เว็บไซต์ของสำนักอุทยานการเรียนรู้ www.readthai land.com หรือทางเว็บไซต์ของ สพฐ. www.obec.go.th หรือทางเฟซบุ๊ก Read Thailand ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2558 ซึ่งการคัดเลือกนั้นโรงเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศแต่ละระดับและแต่ละขนาด จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับที่ 1 และอันดับ 2 จะได้รับโล่รางวัลจากสำนักงานอุทยานการเรียนรู้และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท และ 10,000 บาท ตามลำดับ สำหรับโรงเรียนที่มีนวัตกรรมผ่านการคัดเลือกรอบแรกจำนวน 60 นวัตกรรมก็จะได้รับเกียรติบัตร 60 พรรษา 60 นวัตกรรมส่งเสริมการอ่าน สู่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) รวมถึงผลงานจะได้ถูกรวมเล่มจัดทำเป็นหนังสือเพื่อเป็นต้นแบบให้แก่โรงเรียนอื่นได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ และได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปี 2559 ต่อไปอีกด้วย ส่วนโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับเกียรติบัตรว่าได้เป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ทุกโรงเรียน จึงขอเชิญชวนโรงเรียนทุกแห่งและทุกสังกัดที่จัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้เข้าร่วมโครงการนี้อย่างทั่วถึง เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีคุณูปการต่อพสกนิกรชาวไทย และผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือจะได้วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการส่งเสริมการอ่านนำไปเป็นต้นแบบให้แก่โรงเรียนทั้งประเทศได้นำไปประยุกต์ใช้ในการปลูกฝัง ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรักการอ่าน ใฝ่การเรียนรู้จนเป็นกิจนิสัยกลายเป็นผู้เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตมากยิ่งขึ้น เพื่อเดินตามรอยพระบาทของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงปฏิบัติเป็นต้นแบบให้คนไทยทั้งชาติได้เห็นมานานแสนนานแล้วนั่นเอง. --จบ-- --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 26 พ.ค. 2558 (กรอบบ่าย)--

นิทาน-หนังสืออ่านนอกเวลา
เสริมความรู้-คณิตศาสตร์
เสริมความรู้-ภาษาอังกฤษ
เสริมความรู้-สังคมศึกษา
เสริมความรู้-ภาษาไทย
อนุบาล-คณิตศาสตร์
อนุบาล-ภาษาอังกฤษ
อนุบาล-สังคมศึกษา
อนุบาล-วิทยาศาสตร์
อนุบาล-ภาษาไทย
ประถมศึกษา-คณิตศาสตร์
ประถมศึกษา-ภาษาไทย
ประถมศึกษา-วิทยาศาสตร์
ประถมศึกษา-สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ประถมศึกษา-ภาษาอังกฤษ
ประถมศึกษา-สุขศึกษาและพลศึกษา
ประถมศึกษา-การงานและอาชีพ
ประถมศึกษา-ชุดติวเข้ม
ประถมศึกษา-คู่มือเตรียมสอบ
ประถมศึกษา-คอมพิวเตอร์
มัธยมศึกษาตอนต้น-ภาษาไทย
มัธยมศึกษาตอนต้น-คณิตศาสตร์
มัธยมศึกษาตอนต้น-ภาษาอังกฤษ
มัธยมศึกษาตอนต้น-สังคมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้น-วิทยาศาสตร์
มัธยมศึกษาตอนต้น-คู่มือเตรียมสอบ
มัธยมศึกษาตอนปลาย-คณิตศาสตร์
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ภาษาไทย
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ภาษาอังกฤษ
มัธยมศึกษาตอนปลาย-วิทยาศาสตร์ทั่วไป
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ฟิสิกส์
มัธยมศึกษาตอนปลาย-เคมี
มัธยมศึกษาตอนปลาย-ชีววิทยา
มัธยมศึกษาตอนต้น-ชุดติวเข้ม
มัธยมศึกษาตอนปลาย-คู่มือเตรียมสอบ
มัธยมศึกษาตอนปลาย-เบ็ดเตล็ด
มัธยมศึกษาตอนปลาย-สังคมศึกษา
    
ค้นหา :